หน้าเว็บ

วันเสาร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2554

Pirates of the Caribbean 4


การผจญภัยสุดขอบฟ้าภาคใหม่กำลังมา Pirates of the Caribbean : On Stranger Tides


จากในตอนจบของภาคที่แล้ว กัปตัน Jack Sparrow ออกผจญภัยเพื่อตามหาน้ำพุแห่งความเยาว์วัย (เพื่อความเป็นอมตะ) และได้ผจญภัยกับนางเงือก และพบคู่ปรับใหม่โจรสลัดในตำนานที่มีตัวตนจริง โจรสลัดเคราดำ (Blackbeard) หรือชื่อจริง Edward Teach เป็นโจรสลัดสัญญชาติอังกฤษ ที่มีชื่อเสียงด้านความโหด พกปืน 6 กระบอก มีเมีย 14 คน ความโหดของเคราดำกลายไปเป็นต้นแบบให้โจรสลัดอีกหลายคน และต้นแบบของตัวการ์ตูนมากมาย เช่น กัปตัน Hook หรือตัวละคร หนวดดำ และ หนวดขาว ในการ์ตูนเรื่อง วันพีช

หนวดขาว

หนวดดำ 

เคราดำพบจุดจบ ด้วยการหักหลังของลูกน้องคนสนิท ที่ไปบอกที่ซ่อนของเคราดำให้ทางการรู้ และเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้น หลังเหตุการณ์สงบ เคราดำตาย เขาโดนยิง 25 นัด มีแผลจากการถูกฟัน และแทงกว่า 20 แผล เคราดำถูกตัดหัวแล้วนำไปแขวนประจานไว้ที่หน้าเรือ ร่างถูกโยนทิ้งทะเล...


และนี่คือ ธงประจำเรือโจรสลัดของเคราดำ 


เคราดำกลายเป็นตำนาน จน BBC นำไปสร้างเป็นสารคดี Blackbeard จอมโจรเคราดำ : เปิดตำนานโจรสลัดตัวจริงแห่ง...แคริบเบี้ยน! และมีฉายทางเคเบิ้ลด้วยนะครับ ช่องไหนไม่แน่ใจ ดูนานลืมไปแล้ว


และนี่คือโฉมหน้าของ เคราดำ ในเรื่อง Pirates of the Caribbean : On Stranger Tides


คอยดูกันว่า เคราดำในหนัง กับ เคราดำในตำนาน ใครจะโหดกว่ากัน

วันอาทิตย์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2554

Adobe Illustrator CS2


Adobe Illustrator CS2 ฉบับเรียนลัดเป็นเร็ว


เมื่อไม่นานมานี้ ผู้เขียนไปเดินห้างฯ ไม่ได้มีเจตนาจะไปซื้อหนังสือ แต่ระหว่างที่กำลังจะกลับนั้นเอง ผู้เขียนบังเอิญเดินผ่านร้านขายหนังสือเก่า หนังสือมือสอง ก็เลยแวะหยิบๆ ดู

จนผู้เขียนมาพบกับหนังสือ Adobe Illustrator CS2 ฉบับเรียนลัดเป็นเร็ว ของ Success Media โดยคุณ ชลมารค พันธุ์สมบัติ เนื้อหาเขียนได้ดีมากครับ แถมมี CD มาให้ด้วย

ผู้เขียน : เล่มนี้เท่าไหร่ครับ?
คนขาย : 20 บาท ค่ะ
ผู้เขียน : 20 บาท !!!
คนขาย : ค่ะ

ผู้เขียนคิดในใจ ทำไมถูกจัง ปกติเคยไปซื้อหนังสือตามร้านหนังสือมือสองอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถูกแบบนี้ ซื้อเลยแล้วกัน

ผู้เขียน : เอาเล่มนี้ละครับ
คนขาย : ค่ะ

คุณผู้อ่านหลายๆ คนอาจจะงงว่าทำไมถูกจัง ไม่ต้องงงนะครับ เนื่องจากหนังสือออกมานานพอสมควร และเป็นเวอร์ชั่น CS2 ซึ่งปัจจุบันเป็นเวอร์ชั่น CS5 แล้ว คนขายบอกว่าหากเก็บไว้นานก็คงจะขายไม่ได้แล้ว ต้องลดราคา เพราะลูกค้าบางคนก็ไปซื้อเล่มที่เป็นเวอร์ชั่นใหม่มากกว่านั่นเองครับ

แต่สำหรับผู้เขียน ผู้เขียนมองว่าไม่เป็นไร เวอร์ชั่นไหนก็ได้ เพราะผู้เขียนยังใช้เวอร์ชั่น CS1 บ้าง CS2 บ้าง และ CS3 ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วก็จะเหมือนๆ กัน แต่ว่าโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่จะมีการเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ เข้ามาเท่านั้นเอง

ท้ายนี้ผู้เขียนขอขอบคุณ คุณ ชลมารค พันธุ์สมบัติ สำหรับเนื้อหาดีๆ เพราะผู้เขียนเองไม่เก่ง Illustrator เลยครับ ก็หวังว่าจะได้เก่งขึ้นด้วยหนังสือของคุณ คุณ ชลมารค พันธุ์สมบัติ นี่ละครับ

วันจันทร์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2554

Free Ebook


วันนี้ผมอัพเดท Ebook ฉบับใหม่เพิ่มลงไปแล้วนะครับ สดๆ ร้อนๆ เมื่อสักครู่นี้เองครับ ตอนนี้จึงมี 3 ฉบับแล้วนะครับที่ผมลงไว้ ได้แก่
  1. คู่มือการใช้โปรแกรม PhotoMosaique 1.6 (ฉบับภาษาไทย)
  2. คู่มือการติดตั้ง Fonts จาก SIPA ในระบบปฏิบัติการ Windows XP (ฉบับภาษาไทย)
  3. คู่มือการตั้งค่าการป้องการแท๊กรูปภาพที่ไม่ต้องการใน facebook (ฉบับภาษาไทย)
คุณผู้อ่านที่สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ในหน้า ฟรี Ebook ได้เลยนะครับ และหากจะแนะนำติชมผู้เขียนก็ยินดีรับฟังครับ จะได้นำไปปรับปรุงต่อไป

วันเสาร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

the social network


the social network

***ก่อนอื่น ขอออกตัวไว้ก่อนเลยว่าผมไม่ใช่นักวิจารณ์หนังนะครับ แต่ก็เขียนแชร์ประสบการณ์ตามความเห็นของตัวผมเอง ดังนั้นอาจจะไม่ได้ตรงกับความเห็นของคนอื่นๆ ถ้าอ่านแล้วไม่ถูกใจข้ามไปได้เลยนะครับ

หนังเริ่มด้วยการที่ Mark Zuckerberg นั่งคุยกับ Erica Albright คุยไปคุยมาก็กลายเป็นว่าโดนสาวบอกเลิก Mark Zuckerberg อาจจะโมโหปนเจ็บใจ เลยกลับห้องมาเมา แล้วก็เขียน Blog รายงานสถานะการณ์สดที่ตนเลิกกับ Erica Albright พูดง่ายๆ ว่าเขียนด่าผู้หญิงนะ เช่นไปวิจารณ์เรื่องหน้าอกของเธอ (ตรงนี้เพื่อนสนิทเค้าชื่อ Eduardo Saverin  ได้อ่าน และเป็นห่วง อ่านจบก็เลยออกเดินทางมาหา Mark Zuckerberg) หลังจาก Mark Zuckerberg เขียน Blog ระบายความรู้สึกแล้ว เพื่อนอีกคนก็เมาเข้ามาแล้วพูดให้ไอเดียกับ Mark Zuckerberg ซึ่งตรงนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการทำเว็บไซต์ Facematch และ Eduardo Saverin ก็มาถึง ซึ่ง Mark Zuckerberg ต้องการอัลกอริทึม (Algorithm) ของ Eduardo Saverin ในการประมวลผลเว็บไซต์ที่เค้าทำขึ้นมาใหม่ด้วย ผลคือเว็บไซต์ดังกระฉูดฉุดไม่อยู่ จนอินเตอร์เน็ตของมหาลัยล่ม Mark Zuckerberg ก็เลยดังในช่วงข้ามคืน (ดังเฉพาะในมหาลัยนะ) จนไปถูกใจพี่น้องคู่แฝด Cameron และ Tyler Winklevoss กับหุ้นส่วนอีกคนชื่อ Divya Narendra (คนนี้เล่นดีนะ กวนส้นดี ถ้าเล่นดีก็อาจจะเล่นเหมือนตัวจริง ไม่รู้ตัวจริงนิสัยอย่างนี้รึเปล่านะ) จากนั้นทั้ง 3 ก็เล่าแนวคิดของตัวเองให้ Mark Zuckerberg ฟัง และชวนให้มาร่วมงานด้วย Mark Zuckerberg ก็ตอบตกลง แต่ในใจไม่ได้ตกลงตามนั้น เค้านำแนวความคิดนั้นมาปรับเปลี่ยน และเพิ่มอะไรหลายๆ อย่างลงไป ซึ่งส่วนมากไอเดียก็มาจากคนรอบข้างเค้าทั้งนั้น แล้ว Mark Zuckerberg ก็ได้ชักชวนให้ Eduardo Saverin มาร่วมลงทุนด้วย โดยตกลงแบ่งกำไรกันที่ Mark Zuckerberg ขอ 70% และที่เหลือ 30% เป็นของ Eduardo Saverin ไม่นานนักเว็บไซต์ the facebook ก็เปิดให้บริการ ก็เลยเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาทั้งหมด Cameron และ Tyler Winklevoss กับ Divya Narendra ก็เลยฟ้อง Mark Zuckerberg แล้วเพื่อนที่ Mark Zuckerberg เอ่ยปากเองว่าสนิทที่สุดอย่าง Eduardo Saverin ก็ยังมาฟ้อง Mark Zuckerberg ด้วยอีกคน เพราะโดนตัดหางปล่อยวัด สัดส่วนหุ้นในบริษัทก็ลดลง ทั้งหมดทั้งปวงก็เพราะตัวละครอีกตัว Sean Parker (ไม่แน่ใจว่าเป็นญาติกับไอ้แมงมุม Peter Parker รึเปล่านะ) เป็นคนที่เห็นแก่ตัว และชอบฉวยโอกาสเป็นที่สุด เค้าคงเห็นโอกาสที่เพื่อนสนิทของ Mark Zuckerberg อย่าง Eduardo Saverin ไม่อยู่เข้ามาเสียบแทน และพยายามทำให้ Eduardo Saverin หมดความสำคัญ ซึ่งตัวของ Sean Parker ก็มีประวัติไม่ดีเท่าไหร่ ทั้งเรื่องธุรกิจ เรื่องส่วนตัว อย่างการมี Sex กับเด็กนักศึกษามหาลัย และยาเสพติด แต่สุดท้ายเค้าก็ยังได้ส่วนแบ่ง 7% (ตอนแรกได้ 6.47%) ซึ่งมากกว่าที่ Eduardo Saverin ได้รับในตอนหลัง (ตอนแรกได้ 34.4% ตอนหลังเหลือ 0.03%) และตอนจบ Mark Zuckerberg ก็ยังคงคิดถึง Erica Albright อยู่ เค้าค้นหาชื่อ Erica Albright ใน facebook และส่งคำขอเป็นเพื่อนไป จากนั้นก็นั่งกด F5 รีเฟรชอยู่อย่างนั้นจนจบ

สรุปเป็นตัวละครไปนะ

Erica Albright พูดง่ายๆ ก็แฟนของ Mark Zuckerberg ละนะ แต่คิดว่าคงจะเข้ากันไม่ได้จริงๆ เพราะ Mark Zuckerberg คิดอะไรแปลกๆ ผู้หญิงคงจะเข้าใจ Mark Zuckerberg ได้ยาก เลยบอกเลิก และโดน Mark Zuckerberg โพสต์ด่าว่าเสียๆ หายๆ ใน Blog จนเธอโดนเพื่อนล้อเลียนเรื่องหน้าอก ก็เป็นตัวละครที่น่าสงสารนะครับ

Eduardo Saverin เพื่อนสนิทของ Mark Zuckerberg และเป็นคนที่ออกเงินลงทุนให้ Mark Zuckerberg ในการเปิดเว็บ the facebook ช่วงแรกๆ ด้วย ถ้าไม่มีเค้า ก็อาจจะพูดได้เลยว่าอาจจะไม่มี facebook เป็นตัวละครที่น่าสงสารเหมือนกัน

Cameron Winklevoss ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นแฝดคนน้อง และเป็นคนที่ดูแล้วก็เป็นคนดีนะ ไม่ใจร้อน ดูเป็นคนมีเหตุผลดีด้วย ทั้งๆ ที่โดน Mark Zuckerberg ขโมยแนวคิดไปปรับปรุงเป็น the facebook ก็ยังคิดว่า Mark Zuckerberg ไม่ได้ตั้งใจ ต่างกับแฝดอีกคนที่ใจร้อนมากมาย

Tyler Winklevoss แฝดผู้พี่ ดูเป็นคนใจร้อน ขี้โมโห ในเรื่องมีตอนที่ไปพบผู้ใหญ่ แต่ว่าก็เกือบจะหลุดปากด่าเค้าไป โชคยังดีที่ Cameron ห้ามไว้ทัน และตอนที่ออกจากห้องยังไปหักลูกบิดประตูเค้าอีก

Divya Narendra คนนี้ก็เป็นเพื่อนกับแฝด Winklevoss แต่ดูแล้วนิสัยไม่ค่อยดี ไม่ชอบ ไม่ขอเขียนอะไรมากแล้วกัน

Sean Parker ผู้ก่อตั้งเว็บ napster แต่สุดท้ายก็โดนฟ้องเละ ถังแตก และเห็นโอกาสที่จะมาเสียบใน facebook ก็เลยเข้ามาจัดการโน่นนี่นั่น เหมือนตัวเองเป็นเจ้าของ หรือหุ้นส่วนใหญ่เลย ในเรื่องงานการใน facebook เค้าไม่ได้ทำอะไรเลย อาจจะเพราะไม่เก่งคอมฯ มั้งนะ แต่จะมีบทบาทมากในการติดต่อประสานงาน และเป็นคนคิดให้ตัดคำว่า the ออก จาก the facebook จึงกลายเป็น facebook เฉยๆ จนตอนนี้ ผมก็ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ เพราะหลักๆ ก็คือตัวร้ายดีๆ นี่เอง แต่บทบาทเยอะหน่อยก็เลยเขียนเยอะกว่า Divya Narendra นิดหน่อยนะครับ

Mark Zuckerberg เก็บไว้ท้ายสุดเลย ดูเป็นเด็กเรียน และเรียนเก่งด้วยมีอยู่ฉากหนึ่งในห้องเรียน ที่มีเพื่อนส่งเศษกระดาษมาด่า เค้าก็เลยลุกออกจากห้องไป แต่อาจารย์ก็หาว่าเค้าเรียนไม่รู้เรื่อง Mark Zuckerberg ก็เลยตอบปัญหาที่อาจารย์ถามส่งท้ายก่อนออกจากห้อง ซึ่งก็ถูกซะด้วย เป็นคนที่มีเพื่อนน้อย สังเกตว่าในเรื่องเวลา Mark Zuckerberg เดินไปไหนมาไหนมักจะไปคนเดียว ไม่ก็จะมี Eduardo Saverin ไปด้วยเท่านั้น ก็คงแสดงให้เห็นได้ว่าเป็นเพื่อนสนิทคนเดียว นอกนั้นก็เหมือนเพื่อนทั่วๆ ไป แม้แต่ตอนที่ Mark Zuckerberg โดนบอกเลิก Eduardo Saverin ก็ยังห่วง และมาถามข่าวคราว ผมว่าเป็นเพื่อนที่ดีคนหนึ่งเลยนะ แต่ Mark Zuckerberg เองดันไม่ได้ใส่ใจ แม้ตอนหลังที่ Eduardo Saverin โดนลดหุ้นจาก 34.4% เป็น 0.03% เค้าก็ไม่ได้คิดจะทำอะไรเลย ทั้งที่เค้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 51% เอาไว้มีสิทธิ์ตัดสินใจได้อยู่แล้ว แต่ดันไม่ทำ ปล่อยให้เพื่อนโดนลดหุ้น แต่คนอื่นๆ มีหุ้นเท่าเดิมหมด มันเลยน่าคิดว่าจริงๆ แล้วเค้าเห็น Eduardo Saverin เป็นเพื่อนสนิทจริงๆ หรือเปล่า แม้ตอนจบจะเรียกความน่าสงสารจากหลายๆ คนได้ แต่สำหรับผม ผมเฉยๆ นะ อาจจะเข้าไม่ถึงมั้ง แต่ไม่มีเลยความสงสาร เพราะสิ่งที่ Mark Zuckerberg ทำไว้กับ  Erica Albright มันก็แรงอยู่นะ ถ้าเป็นคุณผู้อ่าน คุณจะสงสาร Mark Zuckerberg มั๊ย

ภาพยนต์ที่อาจจะเป็นทอล์คออฟเดอะเฟสบุ๊ค คนที่เล่นเฟสบุ๊คต้องพูดถึงกันทั้งนั้น และมีบางส่วนลงทุนไปดูในโรง อาจจะเพื่อต้องการเข้าถึงเฟสบุ๊คให้มากกว่าเดิม แต่หลายคนที่ไปดูมาแล้วอาจจะผิดหวัง ผมก็คนหนึ่งครับ แต่โชคดีไม่ได้เสียเงินไปดูในโรงหนัง

ตัวหนังจะออกแนวดราม่าซะมาก และมีการพูดที่รวดเร็ว (ส่วนมากก็เป็นการถกเถียงกัน) ใครภาษาอังกฤษไม่แข็ง จะอ่านซับเอาคงตามเรื่องไม่ทัน (แต่ก็โชคดีของผมอีก ที่ผมได้ดูเป็นเสียงไทย) ดูแรกๆ อาจจะงง เพราะหนังเล่นตัดบทอดีตกับปัจจุบันสลับไปมาตลอด เล่นซะผมคิดถึงหนังไทย "เพื่อนสนิทขึ้นมาจับใจ"

อาจจะเพราะหนังไม่ค่อยสนุกด้วยรึเปล่า (ในความรู้สึกของผม) เลยทำให้ไม่น่าติดตามสักเท่าไหร่ ดูได้สัก 10-20 นาที ผมก็ลุกไปทำอย่างอื่นบ้างไรบ้าง แล้วก็กลับมาดูใหม่ต่อจากเดิม ผมจำได้ว่าเริ่มดูตั้งแต่ต้นเรื่องก็ประมาณเช้าเมื่อวาน (18 ก.พ.) จนมาดูจบไปสักพักนี้เอง (19 ก.พ. 4.00น.) ดูๆ หยุดๆ ไม่ชวนติดตาม หนังบางเรื่องดูแล้วหยุดไม่ได้ เห้ย...มันจะเป็นยังไงต่อ หยุดดูไม่ได้ทั้งๆ ที่มี DVD จะวนดูกี่รอบก็ได้ หยุดไว้มาดูใหม่ก็ได้ แต่มันคาใจ ข้างในลึกๆ ต้องดูต่อให้เคลียร์ แต่กับ the social network ไม่เกิดความรู้สึกนั้นขึ้นเลย แต่ว่าตัวหนังก็ทำออกมาดีครับ ถึงจะไม่น่าติดตาม แต่ก็ได้อารมณ์กึ่งสารคดี อืม...ผมก็อธิบายไม่ถูก ประมาณว่าใครที่ชอบดูซี่รี่ย์ LAW & ORDER น่าจะชอบเรื่องนี้ เพราะจะมีฉากทนายคุยกันบ่อยมากๆ ผมดูแล้วก็คิดถึง LAW & ORDER เหมือนกัน

DVD จากข้อมูลที่หามาได้จากอินเตอร์เน็ต จะเข้าไทยช่วงสิ้นเดือน ก.พ. เป็นแบบ 2 แผ่น แน่นอนครับ แผ่นแรกก็เป็นตัวหนัง แผ่น 2 ก็พวกคอมเม้นต์ของผู้กำกับ และนักแสดง ภาพ และข้อมูลเพิ่มเติมอื่นๆ ราคาที่รู้มาก็ 479 บาท น่าจะจัดจำหน่ายโดย MVD ก็รอดูกันครับ สิ้นเดือนรู้แน่นอน...

อ้อ...ส่วนที่ประทับใจในเรื่องนี้ ก็คงเป็นการถ่ายภาพแบบ miniature effect โดยเฉพาะช่วงตอนแข่งพายเรือจะเห็นได้ชัดเจน นอกนั้นก็มีประปรายตามฉากต่างๆ แต่ไม่มาก

รายชื่อนักแสดงบางส่วน

Rooney Mara รับบทเป็น Erica Albright
Andrew Garfield รับบทเป็น Eduardo Saverin
Armie Hammer รับบทเป็น Cameron Winklevoss และ Tyler Winklevoss
Max Minghella รับบทเป็น Divya Narendra
Justin Timberlake รับบทเป็น Sean Parker
Jesse Eisenberg รับบทเป็น Mark Zuckerberg

วันอาทิตย์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

Photo Mosaique


PhotoMosaique 1.6 โปรแกรมทำภาพโมเสกฟรี !!!


Mosaic (โมเสก) คืออะไร?

งานโมเสก (ภาษาอังกฤษ: Mosaic) เป็นศิลปะการตกแต่งด้วยชิ้นแก้ว, หิน หรือกระเบื้องชิ้นเล็กๆ ซึ่งใช้เป็นการตกแต่งภายในเช่นภายในมหาวิหาร การตกแต่งลวดลายหรือภาพทำจากชิ้นกระเบื้องหรือเศษจากเครื่องปั้นดินเผาที่เรียกว่า “tesserae” หรือ กระจกสี หรือแก้วใสเคลือบด้วยโลหะข้างหลัง งานโมเสก

*** ข้อมูลจาก wikipedia 

ทุกวันนี้ภาพแบบโมเสกได้รับความนิยมนำมาปรับแต่งประยุกต์เป็นรูปภาพกัน ดังนั้น ภาพแบบโมเสก (Photo Mosaic) คือ การนำรูปถ่ายมาเรียงต่อกัน เป็นรูปภาพที่สวยงาม และนิยมให้กันเป็น ของขวัญ ของที่ระลึก ในวันสำคัญ และวันพิเศษต่างๆ (ที่นิยมตอนนี้ก็จะเป็นภาพบ่าวสาวในงานแต่ง และภาพบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษา)

สำหรับผู้ที่สนใจการทำภาพแบบโมเสกด้วยตนเอง (ไม่อยากไปจ้างใคร อยากภูมิใจในฝีมือตนเอง) ผมมีโปรแกรมมาแนะนำครับ นั่นคือโปรแกรม PhotoMosaique 1.6 ซึ่งเป็น Freeware ใช้ฟรีครับ ผู้ผลิตเป็นเจ้าของเดียวกับโปรแกรม PhotoFiltre Studio นะครับ


หรือเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่เว็บ
***ในเว็บมีลิ้งก์ให้โหลด 2 ภาษา คือ ภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส ระวังอย่าเลือกผิดนะครับ
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...